′เม้ย′ สุดฮอต ′แพง′ สุดฮิต ละครไทย...ทำไม มีแต่ผี

 อรพรรณ จันทรวงศ์ไพศาล มติชน 12 มิถุนายน 2555


กลายเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของวงการบันเทิงไทยไปเสียแล้ว เมื่อ ผี กลายเป็นตัวละครขวัญใจ เทียบรัศมีพระเอกนางเอก บางเรื่อง ตัวละครที่ถูกแต่งแต้มใบหน้าจนดูน่ากลัวสยดสยอง ถูกจับตามองและมีผู้ชมพูดถึงมากกว่าพระ-นางหน้าเด้งเสียอีก

ผีที่ถูกกล่าวขวัญมากๆ ต้องยกให้ "อีเม้ย" จากละครเรื่องรอยไหม ผู้บุกเบิกผียุคใหม่ กรุยทางให้ผีรุ่นน้องอย่าง "อีแพง" "คุณหญิงอบเชย" และ "เจ้าหอมจันทร์" จากละครเรื่องบ่วง กระชากเรตติ้งตามมาติดๆ เป็นกระแสที่คนพูดถึงกันทั่วบ้านทั่วเมือง ถือว่า ใครไม่รู้จักพวกเธอ เชยยิ่งกว่าไม่มีเฟซบุ๊กเสียอีก

ด้วยเอกลักษณ์ของผียุคใหม่ ความมีที่มาที่ไป มีความน่าสงสารหรือถูกกลั่นแกล้งตอนที่ยังมีชีวิต ทำให้ผู้ชมรู้เบื้องลึกเบื้องหลังก่อนจะเป็น "ผี" จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ตัวละครผีเหล่านี้ครองใจ และสร้างอารมณ์ร่วม ทั้งสงสาร ทั้งโกรธ ทั้งเคือง ที่สำคัญ... ลุ้นทุกฉาก ไม่พลาดสักตอน

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ไม่กี่ปี บรรดาภูตผีวิญญาณหลายตนได้ต่างแจ้งเกิดบนจอแก้ว เริ่มจากผีเจ้านางละอองทอง และปอบผีเจ้า จากปอบผีฟ้า, คุณยายวรนาถ จาก ทายาทอสูร, ครูรมณี จาก จันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า, เจ้าแม่ทอหูก จาก ภูตแม่น้ำโขง, เจ้าสีเกด จาก สาปภูษา, ทวารัศมิ์ จาก นิมิตรมาร, จนถึง ผีโหงพราย จาก วายุภัคมนตรา ฯลฯ

ทำไมผีเหล่านี้ไม่เป็นที่พูดถึงเหมือนอีเม้ยและอีแพง?

พญ.ทานตะวัน อวิรุทธ์วรกุล อาจารย์ประจำภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี บอกว่า เป็นเพราะบรรดาคอละครขาเมาธ์ ได้สื่อสารกันผ่านโลกออนไลน์ระหว่างที่ดูละคร จนเกิดเป็นกระแสสังคมมากกว่ายุคก่อน เกิดกระแสเม้ย-แพงฟีเวอร์

"จริงๆ มีภาพยนตร์หรือละครผีตลอด ไม่ว่จะเป็นผีแม่นาค ผีกระสือ ที่อยู่คู่สังคมไทยมานาน ไม่ได้มองว่าเรื่องปัจจุบันมีผีเยอะกว่าปกติ แต่เมื่อก่อนเราดูแม่นาคจบแล้วก็ไม่ได้พูดกัน กระทั่งมีพื้นที่สื่อออนไลน์ จึงเกิดการพูดคุยจนเป็นกระแสขึ้นมา" 



พญ.ทานตะวันบอกว่า การนำเสนอละครประเภทนี้เป็นเรื่องความนิยมของสังคม ที่ต้องการเสพสิ่งที่แปลกใหม่และสร้างความตื่นเต้น สำหรับตัวละครผีที่ได้รับความนิยมมักจะมีจุดขาย ทั้งเรื่องความน่ากลัว การใช้เอฟเฟ็กต์และเทคนิคมาช่วยให้ละครมีเอกลักษณ์ มีอารมณ์ซับซ้อนและผูกพันมากกว่าอดีต ไม่ว่าจะเป็นผีที่ตามเจ้านาย ผีตามหาความรัก ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว ละครประเภทนี้จะขายความตื่นเต้นเป็นหลัก รวมถึงเรื่องธรรมะ กรรม การเวียนว่ายตายเกิด และการผูกใจเจ็บ

"ที่สำคัญคือการสร้างเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ของตัวละคร ให้มีเรื่องราว มีความลึกลับ เป็นเรื่องของมิติที่ทำให้ตัวละครมีความน่าสนใจมากขึ้น เมื่อนำเรื่องราวมาทำเป็นละคร ผีก็มีบทบาทขึ้นมา เป็นตัวละครที่ต้องมีชื่อ เพื่อให้ผู้คนจดจำได้ แต่ถ้าผีไม่ใช่ตัวเอกของเรื่องก็ไม่มีชื่อ"

อาจารย์ประจำภาควิชาจิตเวชศาสตร์ทิ้งท้ายว่า สำหรับคนที่เชื่อเรื่องภูตผีวิญญาณตามกระแสละครนั้นไม่ใช่เรื่องเสียหาย ถ้าเชื่อจนงมงายหรือมากจนไม่ได้ทำมาหากิน บนบานศาลกล่าว หมกมุ่นกับเรื่องพวกนี้มากเกินไป ทำให้เราใช้ชีวิตไม่ได้มันก็ไม่มีประโยชน์ แต่บางคนรู้จักใช้ผีเป็นตัวอย่างให้เกิดประโยชน์เรื่องบาปบุญคุณโทษ เรื่องกรรม ความเชื่อเรื่องทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว หรือผูกใจเจ็บซึ่งทำให้ชีวิตแย่ลง แม้ผีจะเป็นเรื่องที่ยังพิสูจน์ไม่ได้ แต่ก็สามารถใช้เป็นประโยชน์และอุทาหรณ์ได้

ด้าน ดร.ฉลองรัฐ เฌอมาลย์ชลมารค รองคณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต บอกว่า เรื่องผีเป็นเรื่องที่อยู่ในชีวิตประจำวันของคนไทยมานาน สอดคล้องกับหลักศาสนาเรื่องเวียนว่ายตายเกิด เมื่อผีอยู่ในละคร จึงเป็นที่นิยมตั้งแต่อดีตกระทั่งปัจจุบัน และจะนิยมต่อไปเรื่อยๆ ตราบเท่าที่คนไทยยังนับถือศาสนาพุทธ 



"ตัวละครผี เป็นสิ่งทรงคุณค่าสำหรับละครมาก คือ สามารถนำไปดัดแปลงในเชิงเทคนิคได้เยอะ มีอิทธิฤทธิ์สำแดงเดชตลอดเวลา ถ้าสังเกตผีในละครไทย มักมีเรื่องของความรัก ความแค้นเข้ามา แต่ตอนจบจะเป็นเรื่องของเวรกรรมตามหลักศาสนาพุทธ

"ตัวละครผีที่มีความโดดเด่นมักจะเป็นผู้หญิง เพราะมีเรื่องของการใช้อารมณ์และความรักอยู่เยอะ เมื่อมีความแค้นก็สามารถแสดงออกผ่านการใช้อิทธิฤทธิ์ต่างๆ ในอนาคต ละครเกี่ยวกับผีจะมีความหลากหลายมากขึ้น จะไม่อยู่ในละครดราม่าอย่างเดียว แต่รวมถึงละครตลก โรแมนติกด้วย ซึ่งตัวละครผีจะสร้างจากเรื่องจริง ผ่านการปรุงแต่งจากทีมงาน แล้วถ่ายทอดสู่ผู้ชม โดยผู้ชมบางส่วนอาจไม่ได้ใช้วิจารณญาณและคิดว่าเป็นเรื่องจริง กรณีนี้กำลังได้รับความนิยม" ดร.ฉลองรัฐกล่าว ก่อนจะทิ้งท้ายว่า

โดยส่วนตัวคิดว่าผีมีความเชื่อมโยงกับตัวบุคคลตั้งแต่ครั้งอดีต เห็นได้จากตำนานต่างๆ ที่พูดถึงผีประจำถิ่น ตำนานหรือเรื่องเล่าเกี่ยวกับสถานที่ เช่น ผีท้าวผาแดงกับนางไอ่ เหมือนคนที่มีตัวตนในอดีตแล้วกลายเป็นผี แต่ที่เห็นผีในละครปัจจุบันมักแสดงออกถึงความอิจฉาริษยา ที่สะท้อนถึงสภาพของคนในปัจจุบัน ที่สนใจความสัมพันธ์ส่วนตัวมากขึ้น หมกมุ่นกับการจัดความสัมพันธ์ส่วนตัว จนมองไม่เห็นโครงข่ายของสังคม

ส่วน ผศ.ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร จากคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อธิบายว่าเรื่องผีเป็นเรื่องที่มีมาแต่โบราณ แบ่งได้หลายกลุ่ม เช่น ชั้นสูงชั้นเทพแบบ "ผีแถน" ซึ่งเทียบได้กับเทพปกรณัมของกรีกหรือฮินดู เป็นเทพที่มีตัวตนชัดเจน มีหน้าที่กำกับดูแลความเป็นไปของสิ่งต่างๆ ในธรรมชาติ อีกชั้นหนึ่งเป็นผีที่มีประเภทชัดเจน อย่างผีป่า ผีบ้าน ผีเรือน ผีเมือง สำหรับผีที่คนเชื่อว่ามีตัวตนเป็นปัจเจกอย่างผีบ้านผีเรือน บางครั้งก็สามารถระบุได้ว่าเป็นใครในครอบครัว แต่มักจะเรียกรวมๆ

ในเรื่องของตัวตนและเอกลักษณ์ของผี "นิธิ เอียวศรีวงศ์" นักวิชาการอิสระเคยเขียนลงในมติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 25-31 พฤษภาคม เล่าถึงเรื่องผี สิ่งสมมุติซึ่งกลายเป็นสิ่งที่มีตัวตน จากเดิมที่เป็นเพียงความเชื่อ เป็นเพราะวัฒนธรรมไทยซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องผี รวมถึงผีที่เรียกว่าเทพารักษ์ด้วย ไม่ว่าที่ไหนก็มีผีทั้งนั้น ป่า เขา ต้นน้ำ เมือง บ้านเรือน หรือแม้แต่ในวัดซึ่งมีผีคอยดูแลปกป้อง แต่ผีเหล่านั้นไม่มีชื่อเรียกเฉพาะเจาะจง เป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ 

ตามความเชื่อของนิธิ "นางนาคพระโขนง" เป็นผีที่มีตัวตนเป็นปัจเจกตนแรกของไทย ถือเป็นรุ่นพี่บุกเบิก เปิดพื้นที่ให้เกิดผีประเภทที่มีตัวตนเฉพาะเจาะจงในสังคมนับไม่ถ้วนกระทั่งปัจจุบัน รวมถึงบุคลิกที่มีความเฉพาะของแต่ละตน เช่น นางนาคต้องยื่นมือยาวจนสามารถเก็บมะนาวที่ตกอยู่ใต้ถุนได้ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อคนมีสำนึกถึงความเป็นปัจเจกของตนเอง ของคนอื่น ของสถาบัน หรือขององค์กรทางสังคม ฯลฯ มากขึ้น

ด้วยกระแสสังคมหรืออะไรก็ตาม บรรดาภูตผียังคงโผล่ออกมาบนจอโทรทัศน์อย่างต่อเนื่อง เร็วๆ นี้ก็ "ผีเหม่ยลี่" ที่แอน ทองประสม พลิกบทบาทมาเล่นเป็นผีครั้งแรกในเรื่องกี่เพ้า หรือละครชุด "เดอะซิกซ์เซ้นส์ สื่อรักสัมผัสหัวใจ" ที่ขนผีมาเป็นโขยงพร้อมกับพระนาง 5 คู่ ที่จะมาปลุกกระแสผีๆ บนโลกไซเบอร์อีกครั้ง

ทั้งนี้ ผู้ชมต้องใช้วิจารณญาณ อย่าเผลอคิดว่ามีตัวตนจริง (จนกว่าจะได้เห็นกับตา อิอิ)

Comment

Comment:

Tweet