ก้าวยาวรับ'อาเซียน'

'วัดมกุฏฯ'รุดหน้า หลักสูตร'เกาหลี'

อรพรรณ จันทรวงศ์ไพศาล มติชน ฉบับวันศุกร์ที่ 29 มิถุนายน 2555
 

 

 กระแสของเกาหลีฟีเวอร์มาแรงและติดลมไม่มีตก ไม่ว่าจะผ่านเพลง-ดนตรี, ซีรีส์ละครดัง, เทรนด์หน้าตาจนนำไปสู่การศัลยกรรม, เทคโนโลยี, แฟชั่น ฯลฯ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เข้ามาเผยแพร่วัฒนธรรมไปในคราวเดียวกัน

ประเทศเกาหลีจึงมีอิทธิพลค่อนข้างสูงต่อประเทศเพื่อนบ้านที่รับวัฒนธรรม

แต่แน่นอนว่า การจะเข้าถึงประเพณีวัฒนธรรม วิถีชีวิตของคนเกาหลีได้ เรื่องหนึ่งที่ค่อนข้างมีความจำเป็นอย่างมาก ที่จะทำให้เราทลายกำแพงที่กั้นขวางได้คือเรื่อง "ภาษา"

โดยเฉพาะในอนาคตที่จะมีการเปิดประชาคมอาเซียน ซึ่งประเทศเกาหลีจะเป็นหนึ่งในประเทศ +3 ที่จะมีความร่วมมือกับประเทศในกลุ่มภูมิภาคนี้

โรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริย์ นับเป็นโรงเรียนชั้นมัธยมโรงเรียนแรกของประเทศ

ไทยที่เริ่มเปิดสอนภาษาเกาหลี โดยเปิดสอนเมื่อปีการศึกษา 2552 ด้วยวิสัยทัศน์ของอดีตผู้อำนวยการ นพพล เหลาโชติ และ คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ทั้งคู่เห็นตรงกันว่าประเทศเกาหลีจะมีอิทธิพลต่อสังคมโลกในอนาคต จึงผนึกความร่วมมือในครั้งนี้กับสถาบันเอเชียตะวันออกศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และสถานทูตเกาหลี

เช้าวันเปิดเรียนวันหนึ่ง มีโอกาสได้สาวเท้าเข้าสู่ห้องเรียนบนอาคาร 5 ของโรงเรียนวัดมกุฏกษัตริย์

หน้าห้องวันนั้นมี ลี เฮ จิน (Lee Hey Jin) กับ โซ จี วอน (Seo Ji Won) ที่มองดูก็พอจะรู้ว่าเป็นอาจารย์ที่ส่งตรงจากแดนโสม กำลังสอนคำศัพท์และวิธีทำ "คิมบับ" หรือ "ข้าวปั้น" อาหารของประเทศเกาหลีผ่านคลิปวิดีโอที่มีศิลปินวง Shinhwa เป็นครูสอนทำเมนูเด็ด เป็นการดึงดูดความสนใจนักเรียนด้วยซุปเปอร์สตาร์ที่เขารู้จัก ก่อนจะลงมือทำด้วยตัวเอง

 กิจกรรมนี้เป็นหนึ่งในวิชาวัฒนธรรมเกาหลี ที่มีทั้งการสอนทำอาหาร ดนตรี กีฬา ศิลปะ และวัฒนธรรมต่างๆ

วันชัย ทองเกิด ผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริย์ เล่าว่า เมื่อ 3 ปีก่อนได้เปิดสอนภาษาเกาหลีขึ้นเป็นโรงเรียนแรกของประเทศไทย ซึ่งขณะนั้นโรงเรียนแห่งอื่นเปิดเป็นวิชาเลือกหรือวิชาเสริมเท่านั้น แต่ปัจจุบันก็มีโรงเรียนที่เปิดสอนเป็นภาษาหลักเพิ่มมากขึ้นกว่า 12 โรงเรียน และจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ท่าน ผอ.คาดว่า ในปีหน้าคาดว่าจะมีโรงเรียนมัธยมกว่า 70 โรงเรียนที่เปิดสอนภาษาเกาหลี และจะเพิ่มมากขึ้นอีกในอนาคต ถือเป็นความตื่นตัวของภาคการศึกษาในการเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนในอนาคตอันใกล้

"เรามีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยคังวอน ในการจัดค่ายภาษาและวัฒนธรรมเกาหลีขึ้นที่ประเทศเกาหลี โดยส่งตัวแทนนักเรียน 8 คนไปเข้าค่าย เป็นเวลา 21 วันเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา นอกจากนี้ ผู้อำนวยการสถาบันมหาวิทยาลัยคยองฮี ยังได้เดินทางมาร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับโรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริย์ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมเพียงแห่งเดียวของประเทศไทยที่เขาเลือกทำ MOU ด้วย" ผอ.ร.ร.วัดมกุฏกษัตริย์กล่าว

วันชัยบอกอีกว่า นักเรียนรุ่นแรกที่เพิ่งจบไป 15 คน มี 1 คนที่ได้รับทุนเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยคยองฮีด้วย ในรุ่นต่อๆ มาก็ได้รับผลตอบรับค่อนข้างดี มีเด็กสนใจเรียนภาษาเกาหลีเพิ่มมากขึ้น แต่ว่ารับได้จำนวนจำกัด เพราะเปิดสอนระดับชั้นละ 1 ห้องเรียนเท่านั้น แต่ก็เปิดให้นักเรียนห้องอื่นมีโอกาสได้เลือกเรียนเป็นวิชาเลือกเสรีได้

อาจารย์ประจำวิชาภาษาเกาหลีเกือบทั้งหมดเป็นชาวเกาหลีเจ้าของภาษา

มีคนไทยหนึ่งเดียวที่เป็นอาจารย์ประจำวิชานี้คือ เทิดเกียรติ เสมาทอง และคือคนที่มีโอกาสได้พูดคุยด้วย ในการเดินทางไปเยี่ยมเยียนโรงเรียนวันนั้น

เทิดเกียรติกล่าวว่า คนภายนอกอาจจะมองภาษาเกาหลีเป็นเพียงกระแสเกาหลีฟีเวอร์ เป็นสิ่งที่มาครอบงำความคิดหรือทัศนคติของเยาวชนไทย แต่ถ้าเรามองในมิติที่ลึกลงไปจะเห็นว่าประเทศเกาหลีเป็นประเทศที่มีความพร้อมด้านการพัฒนา ด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และก็เป็นกลุ่มที่พร้อมจะมาลงทุนในประเทศเรา แต่บุคลากรในประเทศเรายังไม่มีความพร้อม

"เราต้องมองตรงข้ามกับสิ่งที่นักเรียนกำลังมองว่าเขาชอบนักร้องเกาหลี ดาราเกาหลี แต่มองไปถึงอนาคตของเด็ก ซึ่งจะเป็นบุคลากรคนหนึ่งของประเทศไทยที่จะดึงเศรษฐกิจให้ดีขึ้น"

ประเทศไทยยังมีความตื่นตัวด้านภาษาเกาหลีค่อนข้างน้อย โรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริย์ก็เพิ่งเปิดได้ไม่นานแม้จะประสบความสำเร็จ แต่ในอนาคตก็ต้องพัฒนาเพิ่มมากขึ้นกว่านี้

สำหรับปีการศึกษาหน้าจะมีการปรับด้านเนื้อหาหลักสูตรที่ใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 ซึ่งลอกเลียนมาจากประเทศเกาหลี โดยกรมการศึกษาขั้นพื้นฐานได้จัดทำหลักสูตรภาษาเกาหลีสำหรับนักเรียนชั้น ม.ปลายขึ้นมาครั้งแรก ซึ่งทางโรงเรียนก็จะอิงหลักสูตรมาใช้เพื่อพัฒนานักเรียนให้ตรงตามเป้าหมายของกระทรวงศึกษาธิการ

หลังจากพูดคุยกับครูบาอาจารย์ ตัดสินใจเดินเข้าห้องเรียน ภายในห้องยังคงมีเสียงเรียกคำศัพท์วัตถุดิบที่ใช้ทำคิมบับตามลำดับอยู่ไม่ขาด เด็กนักเรียนในชุดสีขาวแบ่งกลุ่มกันปั้น แบ่งกลุ่มกันหั่น และแบ่งกลุ่มกันชิม โดยมีอาจารย์ชาวเกาหลียืนดูอยู่ไม่ห่าง

ไม่นานข้าวสวย หรือบับ ก็หมดหม้อลง พร้อมกับเวลาเรียนวิชาวัฒนธรรมเกาหลีในวันนี้

ชนนิกานต์ ประดับแก้ว นักเรียนชั้น ม.4 ที่เลือกเรียนภาษาเกาหลีมา 3 ปี เล่าว่า มีความฝันว่าอยากจะเป็นล่าม เป็นนักแปลหนังสือมาตั้งแต่เด็ก ส่วนหนึ่งก็ได้รับแรงจูงใจมาจากศิลปินเกาหลี และชื่นชอบการใช้ภาษา ทั้งภาษาเกาหลี ภาษาอังกฤษ จึงเลือกเรียนในสายวิชานี้ อีกทั้งในปัจจุบันประเทศเกาหลีได้รับความนิยมในประเทศไทยและในประเทศอื่นๆ คิดว่าจะใช้ประโยชน์จากตรงนี้ในการทำงานในอนาคต หวังว่าภาษาเกาหลีจะเป็นข้อได้เปรียบ

"นอกจากภาษาอังกฤษและเกาหลีแล้ว ดิฉันยังเข้าเรียนชมรมภาษาอาเซียน โดยเลือกเรียนภาษาลาวอีกหนึ่งภาษา" ชนนิกานต์กล่าวเสียงใส

เธอยังบอกอีกว่า ได้นำความรู้ที่เรียนภาษาเกาหลีลงสมัครเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมชุมนุมลูกเสือต่างประเทศ ณ ประเทศศรีลังกา และประเทศเกาหลี ซึ่งคัดเลือกนักเรียน 100 คน จาก 4,000 คนเข้าร่วม

นอกจากนี้ เพื่อตอกย้ำให้เห็นถึงความตื่นตัวในการรวมเป็นประชาคมอาเซียน ในปีการศึกษาหน้าโรงเรียนมัธยมวัดมกุฏกษัตริย์จะเปิดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยจะสอนภาษาในกลุ่มอาเซียน ได้แก่ ภาษาลาว ภาษาเขมร ภาษาเวียดนาม ภาษามาเลเซีย ภาษาพม่า และภาษาญี่ปุ่น ให้กับนักเรียนทุกระดับชั้นด้วย

ความเคลื่อนไหวในรั้วการศึกษาระดับมัธยมศึกษา ปฏิเสธไม่ได้ที่จะไม่เชื่อมโยงกับโลก "นอกรั้ว" ที่กว้างใหญ่ออกไป

"ประชาคมอาเซียน" คือความร่วมมือของประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เป็นโลกนอกรั้วโรงเรียน ที่โรงเรียนวัดมกุฏกษัตริย์ได้ปรับตัวรับมือแล้


edit @ 22 Jul 2012 23:37:52 by Nu Ning

Comment

Comment:

Tweet